ปืนใหญ่เล็ง รอยส์ แทน อเล็กซิส

บิลด์ สื่อฟฟุตบอลแนวหน้าของ เยอรมัน มีรายงานออกมาว่า อาร์แซน เวนเกอร์ เตรียมวาง มาร์โก รอยส์ ปีกเวิรืลคลาส ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์ ไว้เป็นเป้าหมายใหม่หากทีมต้องเสีย อเล็กซิส ซานเชซ ออกไปจริง ๆ

ณ ตอนนี้ อเล็กซิส สตาร์ชาว ชิลี ของ อาร์เซนอล ยังไม่มีทีท่าว่าจะต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไป ทำให้หลาย ๆ ฝ่ายเริ่มกังวลว่าจะต้องเสียเขาให้กับทีมอื่น ๆ ที่พร้อมดึงตัวอยู่ค่อนข้างแน่ แถมยังมีข่าวลือหนาหูอีกด้วยว่าทีมจากจีนแผ่นดินใหญ่ ถึงกับยอมทุ่มค่าเหนื่อยให้ระดับ 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว

และนั้นทำให้ เวนเกอร์ น่าจะเริ่มมองถึงแผนสำรองเอาไว้ล่ว่งหน้าแล้ว หากสุดท้ายเขาไม่สามารถรั้งตัว ซานเชซ ให้อยู่ช่วยทีมต่อไปได้อีกในอนาคต โดยมี รอยส์ เป็นคนที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุดทั้งฝีเท้า ความนิยม รวมถึงสไตล์การเล่น

ผู้บริหาร ปืนโต มองว่า หากนักเตะยังไม่จับปากกาเซ็นสัญญาใหม่ ก็ต้องมองหาตัวเลือกอื่น โดยเล็งไปที่ มาร์โก รอยส์ แนวรุกของ เสือเหลือง แม้ว่าเพิ่งกลับมาลงเล่นให้ต้นสังกัดได้เมื่อเดือนพฤศจิกายน เพราะปัญหาบาดเจ็บ แต่ผลงานก็เป็นที่ประจักษ์ซัดไปมากกว่า 20 ประตู จาก 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ปีกชาวเยอรมัน ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเตะที่เจ็บค่อนข้างบ่อย ทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลอยู่เล็ก ๆ เนื่องจากพรีเมียร์ลีกนั้นเป็นเกมที่เล่นกันค่อนข้างหนักกว่าบุนเดสลีกาหลายเท่าตัว

ทาง รอยส์ แข้งวัย 27 ปี มีสัญญาอยู่กับทีมจนถึงปี 2019 และถึงแม้ต้องจ่ายค่าตัวสูงพอสมควรเพราะ ดอร์ทมุนด์ ต้องการเก็บไว้ แต่ อาร์เซนอล ที่เคยแสดงความสนใจอยากได้ตัวมานานแล้ว ก็พร้อมจ่ายหากสุดท้ายไม่อาจรั้งแข้งชาวชิลีไว้ได้จริง

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ sbo

จีนยังไม่เลิกเขย่าวงการ

มาร์ก แคลตเทนเบิร์ก ผู้ตัดสินมือ 1 ชาวอังกฤษ มีแววจะได้ออกไปทำมาหากินนอกบ้านเกิด เมื่อผู้บริหารของศึก ไชนีส ซูเปอร์ ลีก ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน สนใจทาบทามเจ้าตัวให้บินไปเป็นตุลาการตัดสินในสนาม แคลตเทนเบิร์ก วัย 41 ปี เพิ่งได้รับรางวัลผู้ตัดสินยอดเยี่ยมของโลก ที่ ดูไบ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ที่ผ่านมา หลังแสดงผลงานตัดสินในสนามได้ดีจนได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ในแมตช์สำคัญมากมาย เช่น เอฟเอ คัพ, ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก และ ยูโร 2016 รอบชิงชนะเลิศ ด้วยดีกรีที่ไว้ใจได้ ทำให้ทีมผู้บริหารของศึก ไชนีส ซูเปอร์ ลีก ต้องการยกระดับการตัดสินสู่มาตรฐานสากล สำหรับลีกจีนที่ผ่านมา มักมีปัญหาเรื่องการตัดสินอยู่บ่อยครั้ง เช่น ล็อกผลการแข่งขัน รวมถึงการคอร์รัปชันภายใน

ต่อมา เวที ไชนีส ซูเปอร์ ลีก สาธารณรัฐประชาชนจีน ตกเป็นข่าวพร้อมทุ่มค่าเหนื่อยมโหฬารเป็นสถิติโลกใหม่ถึง 800,000 ปอนด์ (ประมาณ 36 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดยมีเป้าหมายคว้า 4 แข้งทีมชาติอังกฤษ จากบรรดาทีม พรีเมียร์ ลีก และ ล่าสุด สโมสรแดนมังกรยังไม่หยุดเขย่าวงการ โดยมีแผนใช้ค่าเหนื่อยล่อแข้งทีมชาติอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น เดเล อัลลี (กองกลาง) กับ แฮร์รี เคน (กองหน้า) 2 นักเตะ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ รวมถึง รอส บาร์คลีย์ มิดฟิลด์ เอฟเวอร์ตัน และ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ของ หงส์แดง

หากนักเตะทีมชาติอังกฤษตามที่ได้กล่าวไปแล้วตกลงย้ายไปเล่นในลีกจีนจะรับเงินมหาศาลถึงเกือบ 42 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,890 ล้านบาท) ต่อปี เลยทีเดียว คณะที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟา ก็ยังไม่มีท่าทีเพื่อควบคุมเรื่องนี้แต่อย่างใด

คูมัน ยื่น 40 ลป. เวรอน คืนสนามหวดบอล

เริ่มชัดเจนมากขึ้นแล้วสำหรับ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งมีรายงานว่าพวกเขาได้ยื่นเงินจำนวน 40 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นค่าตัวของสองสตาร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง เมมฟิส เดปาย และ มอร์แกน ชไนแดร์แล็ง

โดยในรายของ เดปาย ทาง คูมัน เองนั้นอยากจะนำนักเตะทีมชาติเดียวกันมาลงเล่นที่ กูดิสัน ปาร์ค เพื่อฝึกวิชาเป็นสตาร์ของ เอฟเวอร์ตัน ในอนาคต ส่วน ชไนแดร์แล็ง นั้นก็อยู่ในแผนที่จะคว้าตัวมาร่วมทีมในช่วงเปิดตลาดซื้อขายรอบนี้ด้วยเหมือนกัน และยัง มีความเป็นไปได้ว่าที่ทาง มูรินโญ จะปล่อยสองผู้เล่นรายนี้ออกไปในช่วงเดือนมกราคมนี้

คูมัน เองก็กำลังหากองกลางที่มีคุณภาพเพื่อนำมาช่วยทีมเพื่อพาสโมสร หลังจากเริ่มต้นในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมาไม่ดีมากนัก

ต่อมา ฮวน เซบาสเตียน เวรอน อดีตนักเตะซูเปอร์สตาร์ของ แมนยู หวนคืนสู่วงการลูกหนังในฐานะนักเตะอาชีพอีกครั้ง หลังตัดสินใจเซ็นสัญญาลงเล่นให้กับสโมสร เอสตูดิเอนเต ทีมจากลีกบ้านเกิด อดีตดาวเตะของ ปีศาจแดง เพิ่งแขวนสตั๊ดอำลาสนามไปเมื่อ 2 ปีก่อน แต่สุดท้ายก็หวนกลับสู่สมรภูมิลูกหนังอีกรอบ ด้วยสัญญา 18 เดือนเล่นให้กับ เอสตูดิเอนเต ในวัย 41 ปี แม้อายุอานามมากขึ้นแต่ยังมีหัวใจเร่าร้อนในการไล่หวดลูกบอล

นอกจากนี้ เวรอน ยังให้สัญญากับแฟนบอลด้วยว่าจะกลับมาเล่นให้กับทีมชาติ อาร์เจนตินา อีกรอบ ในปีหน้า

ขณะเดียวกัน แข้งตัวเก๋าที่เคยเล่นในเวที พรีเมียร์ ลีก ทั้ง แมนยู และ เชลซี ยังประกาศด้วยว่าจะไม่ขอรับเงินค่าเหนื่อยแม้แต่บาทเดียว โดยจะยกเงินค่าเหนื่อยทั้งหมดไว้เป็นงบสำหรับการพัฒนาสโมสร